กนอ.เตรียมชี้แจงผู้ประกอบการในพื้นที่มาบตาพุดถึงการจัดทำแนวป้องกัน (Protection Strip) เพื่อเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนโดยรอบนิคมฯ พร้อมเดินหน้าโครงการนำร่อง 1 แห่ง แล้วเสร็จภายในพ.ย.นี้
นางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามรายงานผลการแก้ไขปัญหาในพื้นที่มาบตาพุดและบริเวณใกล้เคียง จังหวัดระยอง โดยมีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้พิจารณาอนุมัติแผนปฏิบัติการจัดทำแนวป้องกัน(Protection Strip) เพื่อเป็นแนวป้องกันสีเขียวเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับชุมชนที่อยู่ใกล้พื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ และได้มอบหมายให้ กนอ. และกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนปฏิบัติภายใน 6 เดือน(พฤษภาคม 2554)
สำหรับแผนปฏิบัติการประกอบไปด้วย 1.รายละเอียดของผังบริเวณโรงงานอุตสาหกรรม แสดงพื้นที่ของแนวป้องกัน ชื่อและตำแหน่งของชุมชนที่อยู่ใกล้โรงงาน ประเภทต้นไม้ที่จะทำการปลูกเพื่อเป็นแนวป้องกัน 2.กำหนดกรอบเวลาของแผนปฏิบัติการให้ชัดเจน นอกจากนั้นแล้ว ในบางพื้นที่ที่โรงงานอุตสาหกรรมมีพื้นที่ไม่เพียงพอที่จะจัดทำแนวป้องกันตามหลักเกณฑ์ปกติได้ กนอ.และ กรอ.จึงได้กำหนดแนวป้องกันทดแทนที่เทียบเท่าหรือสูงกว่า(Artificial Protection Strips) ใน 2 รูปแบบ คือ 1.Wind Break เป็นการจัดสร้างแผงกันลมเพื่อให้อากาศกระจายตัว ป้องกันการรบกวนต่อสิ่งแวดล้อมภายนอกโรงงาน และ 2.Green Wall เป็นการทำกำแพงที่มีการปลูกต้นไม้ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดูดซับสารมลพิษ
ทั้งนี้ กนอ.ได้สำรวจพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมในกลุ่มพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง พบว่า พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่ควรดำเนินการนำร่องประกอบด้วยพื้นที่นิคมฯเอเชีย นิคมฯเหมราชตะวันออก(มาบตาพุด) และนิคมฯอาร์ ไอ แอล โดย กนอ.จะเรียกผู้ประกอบการเพื่อแนะแนวทางการจัดทำร่างแผนปฎิบัติการให้แล้วเสร็จภายใน 20 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งมีเป้าหมายดำเนินการให้แล้วเสร็จ 1 แห่ง ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
กนอ.จับมือสมาคมวิชาชีพยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยเพิ่มความเชื่อมั่นชุมชนรอบกลุ่มนิคมฯพื้นที่มาบตาพุด
กนอ.เตรียมพัฒนาศักยภาพเฝ้าระวังฯ กลุ่มนิคมฯพื้นที่มาบตาพุด ร่วมลงนามสถาบันปิโตรเลียม-สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ พัฒนาบุคลากร องค์ความรู้ และเครื่องมือ ให้ทันสมัย และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมปัจจุบัน สร้างความเชื่อมั่นแก่ชุมชนรอบนิคมฯ
นางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการบริหารงานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่มาบตาพุด โดยวันนี้(24 พ.ย.) กนอ.ได้ลงนามความร่วมมือในการพัฒนาประสิทธิภาพของศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่มาบตาพุด ในการพัฒนาองค์ความรู้บุคลากรและเครื่องมือให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยให้กับชุมชนโดยรอบนิคมฯ ซึ่งการลงนามดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการ กนอ.ในปี 2554 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในพื้นที่นิคมฯมาบตาพุด
“การแก้ไขปัญหามาบตาพุด กนอ.มีแผนงานที่จะต้องดำเนินการทุกด้านไปพร้อมกัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วน นอกจากการกำกับดูแลผู้ประกอบการในการอนุมัติ อนุญาต ตามมาตรา 67 วรรค 2 การจัดทำแนวป้องกัน(Protection Strip)เพื่อลดผลกระทบและสร้างความปลอดภัย เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับชุมชนที่อยู่ใกล้โรงงานแล้ว กนอ.ยังได้ลงนามในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและองค์ความรู้ในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ซึ่งมีขอบเขตการพัฒนาศักยภาพของระบบเฝ้าระวังฯ ทั้งในด้านบุคลากร องค์ความรู้ และเครื่องมือ ให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการในนิคมฯและชุมชน” นางมณฑากล่าว
การลงนามบันทึกข้อตกลงในวันนี้มีขึ้น 2 ฉบับ โดยฉบับแรก กนอ.ได้ลงนามความร่วมมือกับสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ในโครงการเสริมศักยภาพระบบฐานข้อมูลอุตสาหกรรม ระบบติดตามตรวจสอบและเตือนภัย และแบบจำลองในการเฝ้าระวังและติดตามคุณภาพอากาศของศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งสถาบันฯจะเข้าประเมินและพัฒนาศักยภาพของระบบการจัดทำฐานข้อมูล และระบบติดตามตรวจสอบและเตือนภัย รวมทั้งการฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่ กนอ. หน่วยงานส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ผู้แทนชุมชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานทั้งด้านเครื่องมือ องค์ความรู้ และพัฒนากฎระเบียบให้ทันสมัยและสอดคล้องกับการดำเนินงานในสถานการณ์ปัจจุบันมากยิ่งขึ้น โดย กนอ.และสถาบันฯมีแผนดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี
ฉบับที่ 2 กนอ.ได้ลงนามร่วมกับสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)ในโครงการตรวจประเมินด้านความปลอดภัยของอาคารและกระบวนการทำงานของโรงงานอุตสาหกรรม(Plant Integrity Audit) โดย วสท.จะเข้ามาดำเนินงานในบทบาทที่ปรึกษาของ กนอ.ในการตรวจรายงานการตรวจประเมินกระบวนการทำงานของโรงงาน ด้านความปลอดภัยของอาคาร และเครื่องจักร การจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินที่เป็นธรรม การฝึกอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรในการตรวจประเมิน และการร่างคุณสมบัติของบริษัทที่ปรึกษา(Third Party)ที่จะเข้ามาดูแลโครงการตรวจประเมินฯโดย กนอ.และ วสท.มีแผนดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี
ความคืบหน้าการดูแลสิ่งแวดล้อมในมาบตาพุด
ด้านความคืบหน้าในการจัดทำแนวป้องกัน(Protection Strip) กนอ.ได้ส่งแผนปฏิบัติการของผู้ประกอบการทั้ง 15 ราย และผู้พัฒนานิคมฯ 3 แห่งได้แก่ นิคมฯเอเชีย นิคมฯเหมราชตะวันออก และนิคมฯอาร์ไอแอล รวม 18 รายนำร่องในกลุ่มพื้นที่มาบตาพุดให้กับกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อพิจารณา ซึ่งในแผนปฏิบัติการจะประกอบไปด้วย 1.รายละเอียดของผังบริเวณโรงงานอุตสาหกรรม แสดงพื้นที่ของแนวป้องกัน ชื่อและตำแหน่งของชุมชนที่อยู่ใกล้โรงงาน ประเภทต้นไม้ที่จะทำการปลูกเพื่อเป็นแนวป้องกัน และ 2.กรอบระยะเวลาของแผนปฏิบัติการซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2554
ในส่วนของพื้นที่มาบตาพุด หลังจากที่ศาลปกครองกลางยกคำร้องคำสั่งระงับ 76 โครงการ กนอ. เตรียมความพร้อมที่จะต้องปฏิบัติให้สอดคล้องตามมาตรา 67 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 และประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติและแนวทางในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ โดยคดีที่ฟ้องร้องศาลปกครองมีคำสั่งให้ระงับโครงการใน 67 โครงการ มี 63 โครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กนอ. ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้ว 60 โครงการ เหลือเพียง 3 โครงการที่เข้าข่ายอาจก่อให้เกิดความรุนแรง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานตามขั้นตอนการปฏิบัติให้สอดคล้องตามมาตรา 67 วรรค 2
สำหรับโครงการที่เข้าข่ายกิจการรุนแรงที่อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ กนอ. แต่ไม่อยู่ในคดี มีจำนวน 5 โครงการ ซึ่งขณะนี้ได้ทำหนังสือแจ้งบริษัทฯ แล้วเมื่อเดือนตุลาคม 2553 เพื่อให้บริษัทฯ ดำเนินการเป็นไปตามมาตรา 67 วรรค 2 ประกอบด้วย
1.บริษัท เก็คโค่-วัน จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมฯมาบตาพุด
2.บริษัท เจนเนอรัล เมททอล โปรดักส์ จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมฯเกตเวย์ ซิตี้
3.บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมฯอมตะนคร
4.บริษัท เอ็น.ที.เอส. สตีลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมฯเหมราชชลบุรี
5.บริษัท ไทย นันเฟอรัส เมทัล จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมฯเกตเวย์ ซิตี้
-----------